28
01.2568
28
01.2568
28
01.2568
28
01.2568
28
01.2568
28
01.2568
28
01.2568
28
01.2568
Image Icon

64

Image Icon

0

ศูนย์เฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย (ศสป.) ให้การต้อนรับ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2568 คณะผู้บริหารจาก สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ได้เข้าเยี่ยมชมศูนย์เฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการหารือแนวทางการพัฒนาและยกระดับระบบการแพทย์ฉุกเฉินในนิคมอุตสาหกรรมและพื้นที่ใกล้เคียง การเยี่ยมชมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และพัฒนาระบบการเฝ้าระวังเหตุฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ การเข้าพบดังกล่าวยังมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการด้านการแพทย์ฉุกเฉินในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตที่มีความเสี่ยง เช่น นิคมอุตสาหกรรมและท่าเรือ ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่ต้องมีมาตรการด้านความปลอดภัยที่เข้มงวด เพื่อให้ประชาชน นักลงทุน นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบอาชีพในพื้นที่ได้รับความเชื่อมั่นในระบบการช่วยเหลือฉุกเฉินที่มีคุณภาพ มาตรฐาน และครอบคลุมทุกมิติ การร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้กับชุมชน รวมถึงการเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับความปลอดภัยในประเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

Icon
[คัดลอก]
คลังภาพที่เกี่ยวข้อง
Icon
30
09.2569
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมตรวจเยี่ยม ศสป. กนอ. ติดตามสถานการณ์น้ำในนิคมอุตสาหกรรม พร้อมกำชับดูแลชุมชนโดยรอบ

วันที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 13.00 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยนายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายภาสกร ชัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ตรวจเยี่ยมศูนย์เฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย (ศสป.) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและการรับมืออุทกภัยในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม โดยมีนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล ประธานกรรมการ กนอ. นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ. พร้อมคณะกรรมการและผู้บริหาร กนอ. ให้การต้อนรับและรายงานสถานการณ์ ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำและภาพเรดาร์ฝนผ่านระบบเฝ้าระวังของ ศสป. พร้อมสื่อสารผ่านระบบวิทยุกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี และนิคมอุตสาหกรรมสระแก้ว เพื่อรับทราบสถานการณ์จริงและความพร้อมในการบริหารจัดการน้ำ ตลอดจนติดตามพื้นที่เฝ้าระวังในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดในภาคกลางและภาคตะวันออก กนอ. รายงานว่า นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง นิคมอุตสาหกรรมบางชัน และนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำและอยู่ระหว่างเร่งสูบระบายน้ำ สำหรับนิคมอุตสาหกรรมบางชัน มีสถานีสูบน้ำ 8 สถานี และเครื่องสูบน้ำ 16 เครื่อง โดยข้อมูล ณ เวลา 08.00 น. ระบุว่า ระดับน้ำบนผิวจราจรลดลง บางจุดเหลือประมาณ 5–10 เซนติเมตร และบางจุดไม่มีน้ำขังแล้ว ทั้งนี้ ประสิทธิภาพการระบายน้ำขึ้นอยู่กับระดับน้ำและความสามารถในการรองรับน้ำของคลองโดยรอบด้วย ศสป. และหน่วยงานในพื้นที่ของ กนอ. ประสานงานกับกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามสถานะโครงข่ายคลองและการระบายน้ำ พร้อมใช้ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาประกอบการเฝ้าระวังฝนและวางแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกำชับให้ กนอ. ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ประกอบการและประชาชนโดยรอบนิคมอุตสาหกรรม โดยพิจารณาผลกระทบต่อชุมชนควบคู่กับการสูบระบายน้ำ พร้อมตรวจสอบและบรรเทาความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการมอบถุงยังชีพแก่ประชาชนโดยรอบนิคมอุตสาหกรรมบางชัน สำหรับข้อกังวลเกี่ยวกับอ่างเก็บน้ำในจังหวัดระยอง กนอ. รายงานว่า พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอยู่ห่างจากอ่างเก็บน้ำที่มีข้อกังวลและยังไม่ได้รับผลกระทบ ขณะที่นิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดปราจีนบุรียังสามารถควบคุมสถานการณ์น้ำได้ และไม่มีน้ำขังบนผิวจราจรในพื้นที่ส่วนกลาง ตามข้อมูลที่รายงานในวันตรวจเยี่ยม ศสป. กนอ. จะติดตามสถานการณ์และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการรับมืออุทกภัยและลดผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและชุมชน ทั้งนี้ ประชาชนโดยรอบนิคมอุตสาหกรรมที่ได้รับความเดือดร้อนสามารถแจ้งเหตุผ่านสายด่วนกระทรวงอุตสาหกรรม 1564 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการช่วยเหลือ

Image Icon
5
Image Icon
0
Icon
12
05.2569
ศูนย์เฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย (ศสป. กนอ.) เปิดบ้านต้อนรับผู้เข้าร่วมโครงการ CSR ประจำปี 2569

วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ศูนย์เฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย (ศสป. กนอ.) ให้การต้อนรับผู้ประกอบการ หน่วยงานท้องถิ่น ชุมชน และสถานศึกษา รอบนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ภายใต้โครงการ “สนล. เปิดบ้าน ประจำปีงบประมาณ 2569” ซึ่งจัดขึ้นตามแผนปฏิบัติการด้าน CSR ประจำปีงบประมาณ 2569 ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรมและโรงงานอุตสาหกรรม ทั้งในภาวะปกติและภาวะฉุกเฉิน ตลอดจนเสริมสร้างความเชื่อมั่นและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ในการขับเคลื่อนนิคมอุตสาหกรรมสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายในกิจกรรม ผู้เข้าร่วมได้เยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์เฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย พร้อมรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับระบบเฝ้าระวัง การติดตามสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย รวมถึงแนวทางการบริหารจัดการเหตุฉุกเฉินของ กนอ. เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับภาคประชาชนและชุมชนโดยรอบ ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมโครงการประมาณ 60 คน และถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญในการสร้างความร่วมมือระหว่าง กนอ. ภาคอุตสาหกรรม และชุมชน เพื่อร่วมกันพัฒนานิคมอุตสาหกรรมให้เติบโตควบคู่กับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

Image Icon
51
Image Icon
0
Icon
05
05.2569
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ตรวจเยี่ยม ศสป. ขับเคลื่อนนโยบาย “ONE MIND

กนอ. สำนักงานใหญ่ (30 เมษายน 2569) – นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ได้แก่ นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายนิกร จำนง นายกนก วงษ์ตระหง่าน และนางอัษฎาพร ไกรพานนท์ ได้เข้าตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงานแก่ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ณ สำนักงานใหญ่ ในการนี้ กนอ. ให้การต้อนรับและนำคณะเข้าเยี่ยมชม ศูนย์เฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย (ศสป.) เพื่อรับทราบภาพรวมผลการดำเนินงาน รวมถึงศักยภาพในการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยขององค์กร ซึ่งดำเนินการอย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ และได้มาตรฐาน ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมได้มอบนโยบายเชิงยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อน กนอ. ภายใต้กรอบแนวคิด “ONE MIND อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” เพื่อยกระดับนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศสู่การเป็นจุดหมายปลายทางหลักของนักลงทุนระดับโลก โดยมุ่งดำเนินการผ่าน 4 เสาหลักสำคัญอย่างบูรณาการ ดังนี้ การขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุกและความร่วมมือระดับสากล ส่งเสริมความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ เช่น ธนาคารโลก ในการพัฒนากลไก Green Finance เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ให้สามารถปรับเปลี่ยนสู่เทคโนโลยีสะอาด และรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น Semiconductor และ AI การผลักดันเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ สนับสนุนการจัดตั้งตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตภายในนิคมอุตสาหกรรม เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero และยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสู่ระดับสากล การปฏิรูปกฎหมายและระบบอนุญาตด้วยดิจิทัล ปรับปรุงกระบวนการอนุญาตโดยนำระบบดิจิทัลและการรับรองตนเอง (Self-Certification) มาใช้ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการจัดตั้งโรงงาน และลดระยะเวลาให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน การมีส่วนร่วมของประชาชนและการเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมเข้มข้น ยกระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนควบคู่กับการเฝ้าระวังด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด ผ่านระบบตรวจวัดคุณภาพน้ำแบบออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในฐานะหน่วยงานหลักด้านการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมของประเทศ ได้รับมอบหมายให้เร่งขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมควบคู่กับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม และการอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างสมดุล เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และเสริมสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

Image Icon
32
Image Icon
0
Banner Border