วันที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 13.00 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยนายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายภาสกร ชัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ตรวจเยี่ยมศูนย์เฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย (ศสป.) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและการรับมืออุทกภัยในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม โดยมีนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล ประธานกรรมการ กนอ. นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ. พร้อมคณะกรรมการและผู้บริหาร กนอ. ให้การต้อนรับและรายงานสถานการณ์ ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำและภาพเรดาร์ฝนผ่านระบบเฝ้าระวังของ ศสป. พร้อมสื่อสารผ่านระบบวิทยุกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี และนิคมอุตสาหกรรมสระแก้ว เพื่อรับทราบสถานการณ์จริงและความพร้อมในการบริหารจัดการน้ำ ตลอดจนติดตามพื้นที่เฝ้าระวังในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดในภาคกลางและภาคตะวันออก กนอ. รายงานว่า นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง นิคมอุตสาหกรรมบางชัน และนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำและอยู่ระหว่างเร่งสูบระบายน้ำ สำหรับนิคมอุตสาหกรรมบางชัน มีสถานีสูบน้ำ 8 สถานี และเครื่องสูบน้ำ 16 เครื่อง โดยข้อมูล ณ เวลา 08.00 น. ระบุว่า ระดับน้ำบนผิวจราจรลดลง บางจุดเหลือประมาณ 5–10 เซนติเมตร และบางจุดไม่มีน้ำขังแล้ว ทั้งนี้ ประสิทธิภาพการระบายน้ำขึ้นอยู่กับระดับน้ำและความสามารถในการรองรับน้ำของคลองโดยรอบด้วย ศสป. และหน่วยงานในพื้นที่ของ กนอ. ประสานงานกับกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามสถานะโครงข่ายคลองและการระบายน้ำ พร้อมใช้ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาประกอบการเฝ้าระวังฝนและวางแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกำชับให้ กนอ. ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ประกอบการและประชาชนโดยรอบนิคมอุตสาหกรรม โดยพิจารณาผลกระทบต่อชุมชนควบคู่กับการสูบระบายน้ำ พร้อมตรวจสอบและบรรเทาความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการมอบถุงยังชีพแก่ประชาชนโดยรอบนิคมอุตสาหกรรมบางชัน สำหรับข้อกังวลเกี่ยวกับอ่างเก็บน้ำในจังหวัดระยอง กนอ. รายงานว่า พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอยู่ห่างจากอ่างเก็บน้ำที่มีข้อกังวลและยังไม่ได้รับผลกระทบ ขณะที่นิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดปราจีนบุรียังสามารถควบคุมสถานการณ์น้ำได้ และไม่มีน้ำขังบนผิวจราจรในพื้นที่ส่วนกลาง ตามข้อมูลที่รายงานในวันตรวจเยี่ยม ศสป. กนอ. จะติดตามสถานการณ์และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการรับมืออุทกภัยและลดผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและชุมชน ทั้งนี้ ประชาชนโดยรอบนิคมอุตสาหกรรมที่ได้รับความเดือดร้อนสามารถแจ้งเหตุผ่านสายด่วนกระทรวงอุตสาหกรรม 1564 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการช่วยเหลือ
วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ศูนย์เฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย (ศสป. กนอ.) ให้การต้อนรับผู้ประกอบการ หน่วยงานท้องถิ่น ชุมชน และสถานศึกษา รอบนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ภายใต้โครงการ “สนล. เปิดบ้าน ประจำปีงบประมาณ 2569” ซึ่งจัดขึ้นตามแผนปฏิบัติการด้าน CSR ประจำปีงบประมาณ 2569 ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรมและโรงงานอุตสาหกรรม ทั้งในภาวะปกติและภาวะฉุกเฉิน ตลอดจนเสริมสร้างความเชื่อมั่นและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ในการขับเคลื่อนนิคมอุตสาหกรรมสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายในกิจกรรม ผู้เข้าร่วมได้เยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์เฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย พร้อมรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับระบบเฝ้าระวัง การติดตามสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย รวมถึงแนวทางการบริหารจัดการเหตุฉุกเฉินของ กนอ. เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับภาคประชาชนและชุมชนโดยรอบ ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมโครงการประมาณ 60 คน และถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญในการสร้างความร่วมมือระหว่าง กนอ. ภาคอุตสาหกรรม และชุมชน เพื่อร่วมกันพัฒนานิคมอุตสาหกรรมให้เติบโตควบคู่กับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
กนอ. สำนักงานใหญ่ (30 เมษายน 2569) – นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ได้แก่ นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายนิกร จำนง นายกนก วงษ์ตระหง่าน และนางอัษฎาพร ไกรพานนท์ ได้เข้าตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงานแก่ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ณ สำนักงานใหญ่ ในการนี้ กนอ. ให้การต้อนรับและนำคณะเข้าเยี่ยมชม ศูนย์เฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย (ศสป.) เพื่อรับทราบภาพรวมผลการดำเนินงาน รวมถึงศักยภาพในการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยขององค์กร ซึ่งดำเนินการอย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ และได้มาตรฐาน ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมได้มอบนโยบายเชิงยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อน กนอ. ภายใต้กรอบแนวคิด “ONE MIND อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” เพื่อยกระดับนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศสู่การเป็นจุดหมายปลายทางหลักของนักลงทุนระดับโลก โดยมุ่งดำเนินการผ่าน 4 เสาหลักสำคัญอย่างบูรณาการ ดังนี้ การขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุกและความร่วมมือระดับสากล ส่งเสริมความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ เช่น ธนาคารโลก ในการพัฒนากลไก Green Finance เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ให้สามารถปรับเปลี่ยนสู่เทคโนโลยีสะอาด และรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น Semiconductor และ AI การผลักดันเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ สนับสนุนการจัดตั้งตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตภายในนิคมอุตสาหกรรม เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero และยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสู่ระดับสากล การปฏิรูปกฎหมายและระบบอนุญาตด้วยดิจิทัล ปรับปรุงกระบวนการอนุญาตโดยนำระบบดิจิทัลและการรับรองตนเอง (Self-Certification) มาใช้ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการจัดตั้งโรงงาน และลดระยะเวลาให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน การมีส่วนร่วมของประชาชนและการเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมเข้มข้น ยกระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนควบคู่กับการเฝ้าระวังด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด ผ่านระบบตรวจวัดคุณภาพน้ำแบบออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในฐานะหน่วยงานหลักด้านการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมของประเทศ ได้รับมอบหมายให้เร่งขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมควบคู่กับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม และการอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างสมดุล เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และเสริมสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.30 น. ศูนย์เฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย (ศสป. กนอ.) ได้ให้การต้อนรับ พลตำรวจโท อิทธิพล อิทธิสารรณชัย กรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมการปฏิบัติงานสถานที่จริงของคณะกรรมการ กนอ. การเยี่ยมชมดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์การประเมินกระบวนการปฏิบัติงานและการจัดการ Enablers ของรัฐวิสาหกิจ (ฉบับปรับปรุง ปี 2567) เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจด้านการกำกับดูแลที่ดีและการบริหารองค์กร ณ ศูนย์เฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย (ศสป.) ชั้น 4 สำนักงานใหญ่ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย